พระพุทธปฏิมาในพระบรมราชานุสาวรีย์รังษีวัฒนา สุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

พระพุทธปฏิมาประดิษฐานเหนือพระบรมราชสรีรังคาร ภายในพระบรมราชานุสาวรีย์รังษีวัฒนา สุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

15645364

422197_403911203002251_804980411_n

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

4545

พระประธาน พระอุโบสถวัดหงส์รัตนาราม

พระประธาน พระอุโบสถวัดหงส์รัตนาราม

75552_10200673671913934_88948291_n

250_02

225338_10200673893519474_326922097_n

travel307_7_normal

travel307_5_normal

O12370383-5

O12370383-3

วัดหงส์รัตนารามเป็นวัดมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ถึงสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงปฏิสังขรณ์เพราะอยู่ใกล้กับพระราชวังหลวง ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จกรมพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวงในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดเขมาภิรตาราม แล้วทรงปฏิสังขรณ์วัดหงส์รัตนารามตามพระราชดำรัสตรัสชวนของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีสุริเยนทรฯ ทรงเกณฑ์ต่อให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎ ให้รื้อพระอุโบสถเก่าแปลงปลูกเป็นวิหาร แต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิเสธ ไม่ทรงรับเป็นธุระ จึงเป็นพระราชภาระของสมเด็จพระศรีสุริเยนทรฯ แต่ลำพังเพียงพระองค์เดียว กระทั่งสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีสวรรคต การยังไม่แล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องทรงรับเป็นพระธุระทั้งพระอุโบสถและพระวิหาร ตลอดจนสิ่งอื่นๆ ภายในวัด เมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงปฏิสังขรณ์ต่อมาจนสำเร็จ พระราชทานนามใหม่ว่าวัดหงส์รัตนาราม

มูลเหตุที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานสร้อยนามวัดหงส์รัตนารามนั้น ด้วยมีพระราชประสงค์เพื่อทรงพระราชอุทิศถวายเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสุดารักษ์ ซึ่งมีพระนามว่าแก้ว เป็นการถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระอัยกีผู้ทรงเป็นพระราชบุพการีของสมเด็จพระบรมราชชนนี เพราะวัดหงส์รัตนารามเป็นวัดที่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสุดารักษ์ทรงเคยอุปถัมภ์และปฏิสังขรณ์มาในอดีต ทรงคุ้นเคยกับสถานที่และเสด็จบำเพ็ญพระกุศลเป็นประจำในขณะที่ทรงดำรงพระชนม์อยู่

พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย วัดหงส์รัตนาราม

พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย วัดหงส์รัตนาราม เป็นพระพุทธรูปทองโบราณ เดิมองค์พระได้ถูกพอกด้วยปูน เมื่อกะเทาะปูนออกจึงพบองค์พระเป็นทองเนื้อห้า ลักษณะองค์พระถือเป็นแบบอย่างพุทธศิลป์สมัยสุโขทัยที่งดงามสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง ปูนได้กะเทาะออกในรัชกาลปัจจุบัน ระยะเวลาใกล้เคียงกันกับการค้นพบพระพุทธสุวรรณปฏิมากรวัดไตรมิตร

563457_10200674333890483_476489750_n

พระพุทธปฏิมา วัดหงส์รัตนาราม

พระพุทธปฏิมา วัดหงส์รัตนาราม

563457_10200674333890483_476489750_n

id_61712_6++++++

IMG_0022

IMG_0005

DSCF0361+++

234

66666666

พระพุทธปฏิมาที่มีจารึกระบุปีที่สร้างมีอยู่หลายองค์ ล้วนสร้างขึ้นในช่วงครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ ๒๐ (ราวพ.ศ. ๑๙๒๑ – ๒๐๐๖) พระพุทธปฏิมาทองคำในวิหารวัดหงส์รัตนาราม กรุงเทพมหานคร มีจารึกว่าสร้างขึ้นใน พ.ศ. ๑๙๖๓ เป็นพระพุทธปฏิมาประทับขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย มีพระขนงโก่งเชื่อมกับสันพระนาสิกทั้งสองด้าน พระหนุสอบเข้า เป็นศิลปะสุโขทัยช่วงที่ตกเป็นเมืองประเทศราชของอยุธยา พระพุทธปฏิมาสำคัญที่มีพุทธลักษณะที่เทียบเคียงได้กับพระพุทธปฏิมาทองคำของวัดหงส์รัตนาราม ได้แก่พระสุรภีพุทธพิมพ์ พระประธานวัดปรินายก หลวงพ่อร่วง วัดมหรรณพาราม และพระสุโขทัยไตรมิตร วัดไตรมิตรวิทยาราม

พระพุทธปฏิมาทองคำประดิษฐาน ณ ศาลาตรีมุข ค้นพบในรัชกาลปัจจุบันเมื่อปี ๒๔๙๙ เจ้าอาวาสใหม่ในขณะนั้นได้แผ้วถางทำความสะอาดสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในบริเวณวัดรวมถึงพระวิหารหลังพระอุโบสถซึ่งถูกทิ้งร้างรกเรื้ออยู่ด้วย วิหารหลังนี้เดิมเป็นพระอุโบสถที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้มีการสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้นแทนหลังเดิม หลังจากแผ้วถางทำความสะอาดพระวิหารแล้ว พบว่าภายในมีพระพุทธรูปเป็นพระประธานองค์ใหญ่พร้อมกับพระพุทธรูปอื่นๆ อีกหลายองค์  ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันนั้นเองปูนที่พอกพระประธานซึ่งชำรุดร้าวทั่วองค์เกิดกะเทาะแตกออกตรงส่วนพระอุระ  ทำให้เห็นภายในเป็นโลหะสุกใสเหลืองอร่าม เมื่อกะเทาะปูนออกก็ปรากฏพระพุทธปฏิมาทองคำโบราณมีพุทธลักษณะแบบสุโขทัย พร้อมกับจารึกที่ฐานอ่านได้ความว่า “….. สร้างเมื่อพุทธศักราช ๑๙๖๓ ตรงกับปีเถาะ เดือน ๓ ขึ้น ๑ ค่ำ สมเด็จท้าวพระยาศรียศราชสร้างถวายเป็นพุทธบูชา …..

พระพุทธรูปองค์นี้มาประดิษฐานอยู่ ณ วัดหงส์ฯ ตั้งแต่เมื่อใดไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด กล่าวกันแต่เพียงว่าปูนที่ปั้นพอกองค์พระไว้ทำแบบศิลปะรัตนโกสินทร์ และไม่ได้มีลักษณะงดงามจนเป็นที่สังเกตแต่อย่างใด