พระพุทธปฏิมาประธาน วัดเทพศิรินทราวาส

พระพุทธปฏิมาประธาน วัดเทพศิรินทราวาส

000000

000

ปีพระพุทธศักราช ๒๔๑๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ ๒๕ ปีบริบูรณ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอารามหลวงขึ้น แล้วทรงพระราชอุทิศถวายแด่สมเด็จพระบรมราชชนนี พร้อมกับพระราชทานนามให้สอดคล้องกับสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินีว่า วัดเทพศิรินทราวาส

73857475

00000

0

พระพุทธปฏิมาประธานวัดเทพศิรินทราวาสสร้างด้วยสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง ๑.๑๒ เมตร สูง ๑.๕๐ เมตร เป็นพระพุทธปฏิมาประทับขัดสมาธิเพชร ปางสมาธิ ศิลปะรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการเป็นผู้ปั้นหล่อและอัญเชิญมาประดิษฐานในปี พ.ศ. ๒๔๓๘ โดยทรงดำเนินตามรอยพระยุคลบาทของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และทรงนำเอาพุทธลักษณะของพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นต้นแบบ (ได้แก่พระนิรันตรายเป็นต้น) พระพุทธปฏิมาประธานวัดเทพศิรินทราวาสจึงไม่มีพระเมาลี เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงสอบเทียบกับพระสูตรแล้ว นอกจากนี้พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นตามพระราชนิยมมักมีขนาดเป็น “คืบพระสุคต” อันได้แก่ความยาวของเมล็ดข้าวเปลือกจำนวนหนึ่งต่อกัน โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงพระนิพนธ์เรื่อง สุคตวิทตฺถิ ถวาย พระพุทธรูปที่มีขนาดตาม “คืบพระสุคต” ได้แก่ พระพุทธปริตรในหอศาสตราคม พระบรมมหาราชวัง พระประธานวัดมกุฏกษัตริยาราม พระประธานวัดโสมนัสวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดเทพศิรินทราวาส

พระพุทธปฏิมาประธานประดิษฐานในปราสาทจัตุรมุข ยอดมณฑป ปราสาทนี้ได้มาเมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๔๒๓ ภายหลังเสร็จสิ้นงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์ฯ ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระเบญจาทรงพระบรมโกศ เฉพาะชั้นกลางกับชั้นบนมาตั้งไว้บนฐานชุกชีพระประธานในพระอุโบสถวัดเทพศิรินทราวาส ส่วนพระเบญจาเล็ก ๔ ทิศชั้นล่าง โปรดเกล้าฯ ให้เชิญไปประดิษฐานยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

111111

1111

1111111111111111111

111111111

พระพุทธรูปฉลองพระองค์ สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี

พุทธปฏิมาฉลองพระองค์ สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี และพุทธปฏิมาฉลองพระองค์ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงวิสุทธิกษัตรีย์

000

เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาวัดเทพศิรินทราวาสขึ้นเป็นพระอารามหลวงนั้น ทรงพระราชศัทธาหล่อพระพุทธปฏิมาประทับขัดสมาธิเพชร ปางสมาธิ แล้วเชิญมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระพุทธปฏิมาทรงเครื่องฉลองพระองค์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมชนกนาถ ประดิษฐานในวิหารเก๋ง วัดบวรนิเวศวิหาร พร้อมกันกับพระพุทธปฏิมาทรงเครื่องฉลองพระองค์ สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระพุทธปฏิมาฉลองพระองค์ (ไม่ทรงเครื่อง)  สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจันทรมณฑลโสภณภควดี กรมหลวงวิสุทธิกษัตรีย์ ในคราวเดียวกัน โปรดฯ ให้ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาทั้งสองพระองค์หน้าพระประธาน พระอุโบสถวัดเทพศิรินทราวาส

พระพุทธปฏิมาฉลองพระองค์ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ประทับอยู่ในพระอริยาบถยืน ยกพระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้นเสมอพระอุระ ตั้งฝ่าพระหัตถ์ยื่นออกไปข้างหน้าเป็นกิริยาห้ามสมุทร ฐานสูง ๔๔ เซนติเมตร องค์พระสูง ๑.๗๓ เมตร ขณะที่พระพุทธปฏิมาฉลองพระองค์สมเด็จพระโสทรกนิษฐภคินี เป็นพระพุทธรูปปางห้ามพระแก่นจันทน์ ประทับอยู่ในพระอริยาบถยืน แสดงกริยาห้ามด้วยพระหัตถ์ซ้าย ครองจีวรห่มดอง จีวรทำเป็นริ้วตามธรรมชาติ สังฆาฏิพาดยาวถึงพระชงฆ์ ตามแบบพระภิกษุคณะธรรมยุติกนิกาย ฐานสูง ๔๐ เซนติเมตร องค์พระสูง ๑.๕๐ เมตร

Untitled-1

1111111111111111111

1111111111111111111111

1111111111111111111111111111111111

11111111111

ณ วันพฤหัสบดี เดือน ๕ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีขาลนพศก ศักราช ๑๒๓๙ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเจริญผลภูลสวัสดิ์รับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งให้ปลูกพลับพลา มีการก่อพระเจดีย์ทราย อันมีพระมหาธาตุ ๑ บริวาร ๕๒ รวม ๕๓ องค์ และพระเจดีย์ทรายของพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้าฝ่ายใน และข้าราชการรวมทั้งสิ้น ๗,๐๗๒ องค์ แล้วเชิญพระไชยรัชกาลที่ ๕ สถิตบนโต๊ะหมู่จำหลักลายทอง รุ่งขึ้น เวลาเช้า ๓ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน เสด็จขึ้นประทับบนพลับพลา ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ พระหรหมมุนีถายศีล ครั้นทรงศีลแล้ว เสด็จพระราชดำเนิน ทรงประเคน พระสงฆ์รับพระราชทานฉัน เสด็จพระราชดำเนินทรงปิดทองพระปฎิมาฉลองพระองค์กรมสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ แล้ว ทรงปิดทองพระยืนทรงเครื่องฉลองพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจันทรมณฑลโสภณภควดี เจ้าพนักงานแตรสังข์พิณพาทย์ ก็ประโคมขึ้นพร้อมกัน ครั้นทรงปิดทองเสร็จแล้ว โปรดให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าราชวงศ์เธอ พระเจ้าน้องยาเธอ ไปปิดทองพระพุทธปฎิมาทั้งสองพระองค์ ครั้นพระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้ว พระราชทานหมากพลูธูปเทียนสบง พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเจริญผลภูลสวัสดิ์ น้อมเกล้า ฯ ถวายรายงาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประทับอยู่จนเพลาบ่ายโมงเศษ จึงเสด็จฯ กลับพระบรมมหาราชวัง

ในรายงานก่อพระเจดีย์ทราย ปรากฎว่าได้ทรงปิดทองพระพุทธปฏิมาฉลองพระองค์สมเด็จพระบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เนื่องในการพระราชกุศลนั้นด้วย พระพุทธปฎิมา ๒ องค์นี้ โปรดให้เชิญมาไว้ก่อนแล้ว ประดิษฐานอยู่ที่พลับพลาเฉพาะในคราวก่อพระเจดีย์ทราย พ้นจากเวลานั้นก็เชิญไปประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถเล็ก

พระประธาน พระอุโบสถวัดหงส์รัตนาราม

พระประธาน พระอุโบสถวัดหงส์รัตนาราม

75552_10200673671913934_88948291_n

250_02

225338_10200673893519474_326922097_n

travel307_7_normal

travel307_5_normal

O12370383-5

O12370383-3

วัดหงส์รัตนารามเป็นวัดมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ถึงสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงปฏิสังขรณ์เพราะอยู่ใกล้กับพระราชวังหลวง ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จกรมพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวงในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดเขมาภิรตาราม แล้วทรงปฏิสังขรณ์วัดหงส์รัตนารามตามพระราชดำรัสตรัสชวนของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีสุริเยนทรฯ ทรงเกณฑ์ต่อให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎ ให้รื้อพระอุโบสถเก่าแปลงปลูกเป็นวิหาร แต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิเสธ ไม่ทรงรับเป็นธุระ จึงเป็นพระราชภาระของสมเด็จพระศรีสุริเยนทรฯ แต่ลำพังเพียงพระองค์เดียว กระทั่งสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีสวรรคต การยังไม่แล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องทรงรับเป็นพระธุระทั้งพระอุโบสถและพระวิหาร ตลอดจนสิ่งอื่นๆ ภายในวัด เมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงปฏิสังขรณ์ต่อมาจนสำเร็จ พระราชทานนามใหม่ว่าวัดหงส์รัตนาราม

มูลเหตุที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานสร้อยนามวัดหงส์รัตนารามนั้น ด้วยมีพระราชประสงค์เพื่อทรงพระราชอุทิศถวายเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสุดารักษ์ ซึ่งมีพระนามว่าแก้ว เป็นการถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระอัยกีผู้ทรงเป็นพระราชบุพการีของสมเด็จพระบรมราชชนนี เพราะวัดหงส์รัตนารามเป็นวัดที่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสุดารักษ์ทรงเคยอุปถัมภ์และปฏิสังขรณ์มาในอดีต ทรงคุ้นเคยกับสถานที่และเสด็จบำเพ็ญพระกุศลเป็นประจำในขณะที่ทรงดำรงพระชนม์อยู่